โรคและการดูแลสุขภาพ สุนัขบางแก้ว

โรคและการดูแลสุขภาพ สุนัขบางแก้ว

 

ลำไส้อักเสบ

โรคนี้ตัวเชื้อโรคคือแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่อยู่ในน้ำนิ่ง หรือน้ำที่ไหลช้า ๆ ตัวที่เป็นพาหะก็คือหนูและสุนัข การแพร่เชื้อเกิดได้โดยสุนัขไปเลียน้ำที่มีปัสสาวะหรืออุจจาระที่มีเชื้อโรคอยู่ อาการที่พบคือ ท้องร่วง ขากรรไกร ลิ้น และฟันจะมีสีเหลืองออกน้ำตาล เพราะไตเกิดอาการร้อนอย่างรุนแรง โรคนี้สามารถรักษาได้ถ้ารู้ทันเวลา แต่การฉีดวัคซีนป้องกันจะเป็นการดีที่สุด ซึ่งสัตวแพทย์จะฉีดวัคซีนชนิดนี้ควบคู่กับดีสเทมเปอร์

 

โรคพิษสุนัขบ้า

โรคนี้เป็นโรคที่ทำลายระบบประสาทส่วนกลางอย่างแรง การแพร่เชื้อเกิดจากน้ำลายที่มีเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย โดยการถูกกัดจากสัตว์ที่เป็นพาหะ โรคพิษสุนัขบ้ารู้จักกันแพร่หลายอยู่ 2 ลักษณะ ลักษณะแรกคือแบบโมโหร้าย ซึ่งสุนัขจะแสดงอาการเริ่มแรกคือ โศกเศร้าหรือน้ำตาตก มีอาการผิดปกติไปจนกระทั่งเป็นอัมพาต ช่วงระยะแรกกินเวลาจาก 2 ชั่วโมงหรือหลายวัน ระหว่างระยะนี้สุนัขจะงุ่นง่านและจะลุกไปมาอยู่เรื่อย ๆ มันจะเบื่ออาหารแล้วจะเริ่มเลียก้นหรือกลืนอะไรแปลก ๆ ช่วงที่มีอาการรุนแรงสุนัขจะตัวสั่น ดุร้ายและจะถูกระตุ้นให้วิ่งไปมาตลอด มันจะมีอาการเหมือนกลัวทุกอย่าง และจะวิ่งเข้ากัดทุกอย่างที่ขวางหน้า ถ้ามันถูกขังกรงหรือคอก มันจะกัดลูกกรงบางทีถึงฟันหักหรือขากรรไกรแตก เสียงเห่าจะฟังดูเหมือนหอนโหยหวน ในขั้นสุดท้ายหรืออัมพาต น้ำมูกน้ำลายจะไกลออกจากปากและจมูก ในช่วง 4-8 วันหลังจากเป็นอัมพาต สุนัขจะตาย

ลักษณะที่สองของอาการคือพิษสุนัขบ้าแบบเซื่องซึม อาการจะเริ่มจากสุนัขเดินคล้ายหมี หัวตก ขากรรไกรล่างเป็นอัมพาต และไม่สามารถกัดได้ ลักษณะภายนอกดูคล้ายกับว่ามันมีกระดูกติดอยู่ในลำคอ แม้สัตว์เลี้ยงของคุณจะถูกสุนัขบ้าหรือสัตว์อื่นกัด มันก็จะอาจจะรอดชีวิตได้ ถ้าพาสุนัขไปหาสัตวแพทย์ทันเวลาที่จะฉีดยา อย่างไรก็ตาม หลังจากที่มีอาการแสดงออกแล้วก็จะไม่มีวิธีใดรักษาได้ แต่จำไว้ว่าวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้านั้นสามารถป้องกันได้อย่างแน่นอน ถ้าคุณสงสัยว่าสุนัขของคุณจะเป็นโรคนี้ ให้รีบแจ้งอนามัยหรือศูนย์สุขภาพใด ๆ ใกล้บ้าน เพราะโรคพิษสุนัขบ้าเป็นโรคที่อันตรายมากกับทุกสิ่งที่อยู่ใกล้ไม่ว่าคนหรือสัตว์

 

โรคและการป้องกันรักษา

ปัญหาสำคัญที่เจ้าของละเลยไม่ได้ คือการเกิดโรคเจ็บไข้ได้ป่วยของสุนัข ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยแก่ตัวสุนัข เจ้าของ หรือคนใกล้ชิด เพราะโรคสามารถติดต่อสู่คนได้ ควรป้องกันอย่าให้เกิดโรคจะดีกว่าเกิดโรคแล้วนำไปรักษา บุคคลที่จะช่วยเราได้ในเรื่องนี้คือสัตวแพทย์ตามคลีนิครักษาสัตว์ ผู้เลี้ยงสุนัขต้องติดต่อสัตวแพทย์และคลีนิคสัตว์ประจำไว้เสมอ อย่างไรก็ตาม เจ้าของสุนัขก็ต้องหมั่นเอาใจใส่สิ่งต่าง ๆ ต่อไปนี้ด้วย

 

  1. จดวันเกิดของสุนัขไว้ จะได้ทราบถึงอายุสุนัข มีประโยชน์ในการกำหนดโปรแกรม การฉีดวัคซีน เช่น วัคซีนป้องกันโรคไข้หัดสุนัขและโรคลำไส้อักเสบติดต่อ ซึ่งฉีดครั้งแรกเมื่ออายุ 6-8 สัปดาห์ โรคพิษสุนัขบ้าฉีดวัคซีนเมื่ออายุ 3 เดือน โรคลำไส้อักเสบติดต่อร้ายแรง ซึ่งทำให้ลูกสุนัขที่มีอายุต่ำกว่า 6 เดือน ตายอย่างเฉียบพลับได้
  2. ประวัติการฉีดวัคซีนของสุนัข ควรทำการบันทึกไว้ด้วย รวมทั้งสถานที่ฉีด ผู้ฉีด แหล่ง ที่มาของยา เวลามีปัญหาเกี่ยวกับโรคนั้น ๆ สามารถตรวจสอบกลับได้ ถ้าเป็นคลีนิคประจำได้ยิ่งดีเขาจะมีบันทึกต่าง ๆ ไว้
  3. ให้ความเอาใจใส่ในท่าทางและสังเกตพฤติกรรมของสุนัขทุกวัน ถ้าเกิดอาการผิดปกติ ก็จะรู้ได้ทันที ควรจะรีบนำไปหาสัตวแพทย์ ไม่ควรปล่อยให้สัตว์ป่วยมากแล้วจึงพาไป จะทำให้การรักษายากยิ่งขึ้น
  4. ในการพาสุนัขไปหาสัตวแพทย์ ควรจะให้คนเลี้ยงหรือผู้ที่ใกล้ชิดสุนัขเป็นผู้พาไป เพื่อ จะได้ให้ข้อมูลที่ละเอียดและมีประโยชน์ต่อการวินิจฉัยโรค ในกรณีที่หลีกเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ ต้องให้คนอื่นพาไป ควรจะโน้ตบอกรายละเอียดเกี่ยวกับสัตว์และอาการต่าง ๆ ฝากไปด้วย
  5. สุนัขต้วเมียจะต้องทำการบันทึกเอาไว้ด้วยว่าเป็นสัดเมื่อไหร่ เพราะมีหลายรายที่ไป คลีนิคเพื่อฉีดฮอร์โมนคุมกำเนิด แล้วเจ้าของจำเวลาที่สุนัขเป็นสัดไม่ได้ หมอมักจะไม่ค่อยฉีดยาให้
  6. เจ้าของสุนัขต้องเล่าประวัติอาการที่ตรงกับความเป็นจริงมากที่สุด บอกอาการทุกอย่าง ที่พบ เคยมีการให้ยาอื่นมาก่อนหน้าที่หรือเปล่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเคยแพ้ยาชนิดไหนบ้าง กินยาเม็ดได้หรือเปล่า ถ้ากินไม่ได้ จะได้เลี่ยงไปใช้ยาอื่นแทน และขณะที่หมอกำลังตรวจ เช่นวัดปรอท ตรวจฟังเสียงปอด ตรวจฟังการเต้นของหัวใจ ฉีดยา เจ้าของควรเป็นผู้ช่วย คอยจับและบังคับสุนัขของตนเพื่อให้หมอตรวจได้ง่ายขึ้น
  7. หลังจากที่พากลับมาบ้าน ก็จะต้องทำตามคำแนะนำของหมออย่างเคร่งครัด เช่น เมื่อ ไปฉีดวัคซีนมาต้องงดอาบน้ำ 7 วัน เพราะสัตว์อาจจะมีไข้เล็กน้อยจากปฏิกิริยาต่อวัคซีน หรือยาที่หมอสั่งมาให้ป้อนสัตว์กิน ก็ให้กินตามเวลา เพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ถ้าหมอนัดให้ไปพบในวันต่อไปก็จะต้องไปพบตามนัด เพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างต่อเนื่อง หรือกำจัดสาเหตุของโรคให้หมดไปอย่างเด็ดขาด ยาพวกปฏิชีวนะต้องให้สุนัขกินตามกำหนด (ให้หมด) ที่สัตวแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ไม่เช่นนั้นโรคจะเกิดอาการดื้อยา

นอกจากนี้ ควรนำสุนัขทีแม้ไม่ได้ป่วยเป็นอะไรเลยไปตรวจสุขภาพและฉีดวัคซีนตาม กำหนดทุก ๆ ปี หรือตามคำแนะนำ สุนัขเป็นโรคก็เหมือนกันเป็นโรคที่ต้องการการเยียวยาให้หายขาด เป็นหน้าที่ที่เจ้าของจะต้องกระทำเมื่อเราเอามันมาเลี้ยง ความผูกพันต่าง ๆ ย่อมเกิดขึ้นเสมือนสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัว

หากสุนัขได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคต่าง ๆ ตามกำหนด สุนัขก็จะปลอดภัยจากเชื้อโรคทั้งหลายได้มากทีเดียว แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าสุนัขไม่ได้ฉีดวัคซีนในบางโอกาส ซึ่งบางครั้งก็มีไวรัสบางตัวทำให้เป็นโรคได้ เพราะคุณไม่ได้นำสุนัขไปฉีดวัคซีน นอกจากนี้ ยังมีพยาธิภายในและภายนอก ตลอดถึงโรคที่ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรคอีกด้วย